13 การออกแบบตกแต่งห้อง สไตล์ไหนใช่ บอกช่างได้ตรงใจ

คำบอกเล่าจากบุคคลที่สร้างบ้าน หรือรีโนเวทบ้านใหม่ รวมถึงการตกแต่งบ้าน ย่อมได้ยินว่า การสื่อสารกับช่างนั้นผิดแปลกไปจากที่คุยกันไว้ อยากได้แบบนี้แต่ได้อีกแบบหนึ่ง เป็นปัญหาของคนสร้างบ้าน รีโนเวทบ้าน หรือตกแต่งบ้านที่พบเจอเป็นประจำ การตกแต่งบ้านนั้นมีหลากหลายแบบ หลากหลายสไตล์ หากเรารู้ไม่จริง ค้นหาดูจากรูปตัวอย่าง เอาหลายรูปหลายๆส่วนที่ชอบ มาเก็บสะสมเป็นข้อมูล แล้วไปคุยกับช่าง อาจจะทำให้การสื่อสาร การเข้าใจไม่ตรงกัน เพราะช่างอาจจะไม่แน่ใจว่าตกลงเราต้องการการตกแต่งห้องสไตล์ไหนกันแน่

ดังนั้นเพื่อป้องกันการสื่อสารที่ผิดพลาด หรือความไม่เข้าใจระหว่างช่างกับตัวเราเอง ก่อนจะไปคุยกับช่าง ควรจะศึกษาการตกแต่งบ้านแต่ละสไตล์ที่เราชอบให้ชัดเจน ว่าสไตล์การตกแต่งแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไร มีจุดเด่นแบบไหน เรามีมาแนะนำ 13 สไตล์ สำหรับตกแต่งบ้าน

1.สไตล์ลอฟท์ (Loft Style)

สไตล์ลอฟท์ เป็นการตกแต่งบ้านแบบเน้นการเปลือยผิววัสดุที่ไม่ได้แต่งแต้มสิ่งใดเข้าไปเพิ่มเติม คือการเน้นของที่ทำมาจากอิฐ ปูน ไม้ หรือเหล็กโดยเฉพาะ และเป็นห้องที่มีเพดานห้องสูง มีช่องประตูและหน้าต่างขนาดใหญ่ ซึ่งการตกแต่งสไตล์ลอฟท์นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงเวลาที่บริษัทหลายที่ปิดตัวลงจากพิษของเศรษฐกิจ ทำให้กลายเป็นตึกร้างจำนวนมาก และต่อมาจึงได้นำตึกเหล่านั้นมาทำเป็นที่พักอาศัย

2.สไตล์มินิมอล (Minimal Style)

สไตล์มินิมอล เป็นการตกแต่งบ้านโดยใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สิ่งของจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบ สิ่งของหรือส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใช้จะถูกตัดออกให้เหลือแต่ส่วนที่สำคัญและมีประโยชน์ในด้านการใช้งานเพียงเท่านั้น ตามแนวคิดที่ว่า “น้อยแต่มาก หรือ Less is more” ซึ่งส่วนใหญ่โทนสีที่นำมาใช้จะใกล้เคียงกับสีธรรมชาติหรือจะใช้โทนสีอ่อนๆ อาทิ สีน้ำตาล สีขาว สีฟ้า หรือสีเขียว เป็นต้น

3.สไตล์โมเดิร์น (Modern Style)

สไตล์โมเดิร์น เป็นการตกแต่งบ้านด้วยโทนสีและรูปทรงสิ่งของธรรมดา เหมาะสำหรับคนที่ชองความเรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่ชอบความหรูหราเว่อวังมากจนเกินไป แต่ก็ดูเก๋และทันสมัยอยู่ ส่วนใหญ่สไตล์โมเดิร์นนี้ โทนสีที่ถูกใช้เป็นประจำก็จะมี สีขาว สีเทา และสีดำ พร้อมตกแต่งด้วยของตกแต่งรูปทรงเลขาคณิตที่บางครั้งใช้แม่สีมาเพิ่มเติมความสดใสให้แก่ห้อง หรือจะใช้สีที่คุมโทนสีก็ได้     

4.สไตล์ทรอปิคอล (Tropical Style)

สไตล์ทรอปิคอล เป็นการตกแต่งบ้านที่เน้นลวดลายและโทนสีให้ใกล้เคียงกับภูมิอากาศเขตร้อนชื้น ดังนั้นโทนสีที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสีเอิร์ธโทน อาทิ สีเขียว สีฟ้า สีน้ำตาล หรือพวกลวดลายส่วนใหญ่ก็จะเป็นผ้าพิมพ์ลายใบไม้ หรือลายกราฟฟิก เป็นต้น การตกแต่งสไตล์นี้จึงดึงอารมณ์ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้กับธรรมชาติ สดใสมีชีวิตชีวา คล้ายๆกับได้พักผ่อนสบายๆในช่วงหน้าร้อน

5.สไตล์วินเทจ (Vintage Style)

สไตล์วินเทจ เป็นการตกแต่งบ้านแนวย้อนยุค ส่วนใหญ่จะใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะเก่า คืออาจจะใช้ของที่เลียนแบบของเก่าหรือมีอายุมานานแล้ว ซึ่งต้องเป็นการออกแบบที่มีความประณีตในทุกรายละเอียด อารมณ์คล้ายๆกับเฟอร์นิเจอร์ของหลุยส์ แต่รายละเอียดอาจจะไม่มากเท่าของหลุยส์ ลวดลายส่วนใหญ่จะให้อารมณ์ที่ดูอ่อนช้อย อ่อนหวาน นุ่มนวล อาทิ ลายดอกไม้ และโทนสีที่ใช้ก็จะเป็นโทนสีอ่อน อาทิ สีครีม สีเหลืองอ่อน สีแดงอ่อน หรือพวกสีพาสเทล เป็นต้น

6.สไตล์คอนเทมโพรารี (Contemporary Style)

สไตล์คอนเทมโพรารี หรือเรียกกันว่า สไตล์ร่วมสมัย เป็นการตกแต่งบ้านที่ผสมผสานการตกแต่งระหว่างยุคสมัยในอดีตและปัจจุบันร่วมกัน จึงเป็นสไตล์ที่มีความยืดหยุ่นมีทั้งความเก่าและความทันสมัยอยู่ในตัว ทำให้ได้ความรู้สึกที่ดูเป็นกันเองและดูอบอุ่น การตกแต่งด้วยสไตล์นี้จะเน้นของใช้ที่ใช้งานได้จริงและเป็นของชิ้นใหญ่ จะไม่เน้นของตกแต่งที่ให้แค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงการจัดวางตำแหน่งสิ่งของต่างๆไว้อย่างชัดเจน ก็จะให้ความรู้สึกเรียบง่าย ไม่เยอะสิ่ง โทนสีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นโทนสีกลาง ไม่สดและไม่มืดจนเกินไป อาทิ สีเทา สีน้ำตาล สีครีม เป็นต้น

7.สไตล์โบฮีเมียน (Bohemian Style)

สไตล์โบฮีเมียน หรือจะเรียกว่า สไตล์โบโฮ ชิค (Boho Chic) เป็นการตกแต่งบ้านที่ไร้ขีดจำกัดทางความคิด มีอิสระในการออกแบบตกแต่งห้อง สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์และตัวของเจ้าของห้องได้อย่างชัดเจน ไม่มีการกำหนดโทนสีหรือวัสดุอุปกรณ์ที่ตกแต่งห้องว่าต้องเป็นสีโทนใดหรือวัสดุแบบไหน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวโดยเฉพาะ และการประยุกต์สิ่งต่างๆให้เข้ากันได้อย่างลงตัว แต่จุดสำคัญของการตกแต่งสไตล์นี้คือ การตกแต่งด้วยสิ่งของจากธรรมชาติ อาทิ ขนนก กิ่งไม้ หิน หรือจะปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก เป็นต้น หรือจะตกแต่งด้วยสิ่งของจากงานฝีมือ (handmade) อาทิ ตาข่ายดักฝัน (Dream Catcher) โมบาย งานโครเชต์ เป็นต้น พร้อมการเล่นลวดลายกับลายเส้นต่างๆ และการเล่นสีที่มีหลากหลายโทน บรรยากาศของการตกแต่งสไตล์โบฮีเมียนนี้จึงออกแนวชวนฝันหน่อยๆ

8.สไตล์อิเล็กทริก (Eclectic Style)

สไตล์อิเล็กทริก เป็นการตกแต่งบ้านที่มีความคิดนอกกรอบ สร้างความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ บ้างก็ว่าเป็นการตกแต่งสำหรับคนรักศิลปะ ที่สร้างสรรค์สไตล์ไม่เหมือนใคร ด้วยการผสมผสานสิ่งของต่างๆที่มีลวดลาย ขนาด สีสัน และรูปทรงที่หลากหลายรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

9.สไตล์คอตเทจ (Cottage Style)

สไตล์คอตเทจ เป็นการตกแต่งบ้านที่ผสมผสานระหว่างสไตล์คันทรี และวินเทจเข้าด้วยกัน ให้กลิ่นอายความเป็นธรรมชาติคล้ายสไตล์คันทรี แต่ให้อารมณ์ย้อนยุคหน่อยๆ แอบมีความทันสมัยนิดๆ การตกแต่งสไตล์นี้มักจะใช้โทนสี เอิร์ธโทน ที่เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์แบบเก่าหรือเฟอร์นิเจอร์จำพวกไม้ที่เป็นจุดขายของสไตล์นี้เลย หรืออาจจะใช้สิ่งของพวกลายดอกมาประดับ หรือ สีโทนพาสเทลมาเป็นองค์ประกอบ เพื่อเพิ่มความหวาน นุ่มนวล อ่อนช้อย เข้าไปเพื่อลดความแข็งกระด้างลง แต่ก็ไม่ได้หวานเลี่ยนจนเกินไป

10.สไตล์สแกนดิเนเวีย (Scandinavian Style)

สไตล์สแกนดิเนเวีย เป็นการตกแต่งบ้านที่เน้นความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก ดูอบอุ่น ใกล้ชิดธรรมชาติ ตอบโจทย์คนที่ต้องการห้องไว้สำหรับพักผ่อน จึงใช้แต่เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบสนองความเต้องการเพียงเท่านั้น แต่ยังคงความสวยงามไว้อย่างลงตัว จุดเด่นของการตกแต่งสไตล์นี้คือเน้นการใช้ของตกแต่งที่มาจากธรรมชาติจำพวกไม้ และมาพร้อมกับโทนสีอ่อน สว่างหรือโทนสีกลางๆ อาทิ เทา ขาว ฟ้า น้ำเงิน ครีม เป็นต้น และการตกแต่งสไตล์นี้จะเน้นความโปร่ง กว้าง และสว่างจากการรับแสงจากธรรมชาติ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกลุ่มนอร์ดิก ประเทศทางตอนเหนือของยุโรปที่ชื่นชอบการพักผ่อนและอยู่กับธรรมชาติ

11.สไตล์โคสตัล (Coastal Style)

สไตล์โคสตัล เป็นการตกแต่งบ้านที่ให้บรรยากาศชายทะเล ดังนั้นการตกแต่งจึงมักนิยมใช้สีโทนเย็น อาทิ สีฟ้า น้ำเงิน เขียว ขาว เพื่อให้ได้บรรยากาศและใกล้เคียงกับธรรมชาติทางทะเล สายลม และหาดทรายมากที่สุด ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็เน้นของที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ เตียงไม้ เก้าอี้หวาย  โต๊ะไม้ ไปจนถึงของตกแต่งเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น ภาพวาดท้องทะเล ของตกแต่งที่ทำมาจากเปลือกหอย หรือของตกแต่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกับทะเล

12.สไตล์โอเรียนทอล (Oriental Style)

สไตล์โอเรียนทอล เป็นการตกแต่งบ้านที่ดึงเสน่ห์และสะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาวตะวันออกออกมาผ่านการออกแบบและตกแต่งห้องโดยปรับแต่งให้กลมกลืนกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม ความเชื่อของคนในท้องถิ่น เน้นความสบายตามสไตล์คนเอเชียมากกว่าความหรูหรา และใช้วัสดุตกแต่งจากธรรมชาติที่หาง่ายตามท้องถิ่นที่อยู่ รวมไปถึงโทนสีที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น สีแดง สีน้ำตาล สีทอง สีดำ 

13.สไตล์รัสติก (Rustic Style)

สไตล์รัสติก เป็นการตกแต่งบ้านที่เน้นเผยผิววัสดุตามธรรมชาติ และปล่อยให้สภาพวัสดุเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของมันเอง เป็นสไตล์ที่คล้ายคลึงกับสไตล์ลอฟท์ ต่างกันตรงที่สไตล์นี้มีกลิ่นอายของความเป็นวินเทจ ผสมสไตล์คันทรี และเน้นวัสดุตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากไม้และมีขนาดใหญ่ รวมถึงของเก่าที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้วนำมาสร้างเป็นของตกแต่งชิ้นใหม่ที่มีประโยชน์และมีคุณค่า ช่วยสร้างบรรยากาศห้องให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น

จากสไตล์ที่ได้กล่าวไปข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในสไตล์ที่มีหลากหลายในทุกวันนี้ ดังนั้นเมื่อศึกษาและทำความเข้าใจแล้วนั้น ควรมีภาพไว้ประกอบเมื่อถึงเวลาไปคุยกับช่าง จะได้ให้ภาพช่วยอธิบายเสริมจากคำพูดของเราที่อาจจะสื่อไปถึงช่างได้ไม่หมดเท่าที่ควร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *